สถานการณ์ของค่าเงินเยน (JPY) ในช่วงปีที่ผ่านมาได้สร้างความตื่นตัวให้กับทั้งตลาดการเงินและภาคการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงจนทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ถือครองสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ แนวโน้มค่าเงินเยนในปี 2025 จะเป็นไปในทิศทางใด ค่าเงินเยนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคใดบ้างที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในอนาคต บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนแลกเปลี่ยนเงินตราและลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสถานการณ์ค่าเงินเยนล่าสุด
ในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล อ่อนค่าทะลุระดับจิตวิทยาสำคัญเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD/JPY) และยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเงินบาทไทย (THB/JPY)
สาเหตุหลักมาจากนโยบายการเงินที่สวนทางกันระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ที่ยังตรึงดอกเบี้ยต่ำมาก ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และหลายประเทศต่างขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
แม้ญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบาย แต่แรงซื้อเงินเยนยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มทันที ทำให้ตลาดยังคงอยู่ในโหมดรอดูท่าที
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินเยน
ด้านล่างคือ 3 ปัจจัยโครงสร้างสำคัญที่กำหนดทิศทางของเงินเยนในปี 2025:
1. นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)
BoJ อาจเริ่มออกจากนโยบายดอกเบี้ยติดลบและยกเลิกการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) หากขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด เงินเยนอาจแข็งค่าอย่างรวดเร็ว แต่หากเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่าเงินเยนอาจยังอ่อนค่าต่อเนื่อง
2. ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกับสหรัฐฯ (Interest Rate Differential)
ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังมีดอกเบี้ยสูงกว่า นักลงทุนจะนิยม Carry Trade (กู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์) ทำให้เกิดแรงขายเยน แต่หาก Fed เริ่มลดดอกเบี้ย ส่วนต่างนี้จะแคบลงและช่วยหนุนเงินเยนฟื้นตัว
3. ดุลการค้าและราคาพลังงาน
ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานเป็นหลัก หากราคาน้ำมันสูงขึ้นจะทำให้ขาดดุลการค้า ต้องซื้อดอลลาร์เพื่อชำระค่านำเข้า ทำให้เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง
วิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินเยน ปี 2025
จากการประมวลผลคาดการณ์ของสถาบันการเงินชั้นนำทั่วโลก ปี 2025 อาจเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของเงินเยน แต่อาจไม่ใช่การแข็งค่าแบบรวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญคือ:
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลอตัว → Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ย → ดอลลาร์อ่อนค่าลง
- เงินเฟ้อญี่ปุ่นเริ่มทรงตัวใกล้ 2% และค่าจ้างเพิ่มขึ้น → สนับสนุนให้ BoJ ขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งสองปัจจัยนี้จะทำให้เงินเยนทยอยแข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดปี 2025
แนวโน้มค่าเงินเยนเทียบกับเงินบาท (THB/JPY)
สำหรับคนไทย ต้องดูคู่ THB/JPY โดยเฉพาะ เนื่องจากขึ้นกับค่าเงินบาทด้วย
กรณีเงินบาทแข็งค่า
หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและส่งออก → บาทแข็ง
ขณะที่เยนฟื้นตัวช้า → THB/JPY จะยังอยู่ระดับต่ำ → คนไทยแลกเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นได้คุ้มมาก
กรณีเงินบาทอ่อนค่า
ถ้าการเมืองผันผวน ราคาน้ำมันขึ้นแรง หรือเศรษฐกิจชะลอ
บาทอ่อนเร็วกว่าบาท → THB/JPY อาจแพงขึ้น
ภาพรวมปี 2025 คาดว่า THB/JPY จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway และอาจขยับขึ้นเล็กน้อยตามการฟื้นตัวของเยน แต่ยังถือว่าถูกเมื่อเทียบย้อนหลัง 5–10 ปี
กลยุทธ์การลงทุนและแลกเงินเยน
สำหรับนักท่องเที่ยว
กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ “ทยอยแลก” (DCA)
แบ่งเงินออกเป็นหลายส่วน และรอจังหวะราคาย่อตัว ไม่ควรรอแลกทั้งหมดก่อนเดินทาง เพราะอาจเจอราคาดีดกลับขึ้น
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์
ตลาด Forex ตอนนี้ผันผวนจากการแทรกแซงค่าเงินของรัฐบาลญี่ปุ่น
- สถานะ Short เริ่มเสี่ยง เพราะเยนอ่อนมามากแล้ว
- กลยุทธ์ที่เหมาะกว่า: Buy on Dip เพื่อเก็งกำไรรอบฟื้นตัว
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
- ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์: หากราคาน้ำมันพุ่ง ญี่ปุ่นจะเสียเปรียบทันที
- เศรษฐกิจโลกถดถอย: นักลงทุนอาจหันกลับไปถือดอลลาร์ในฐานะ Safe Haven

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเงินเยน (FAQ)
แนวโน้มค่าเงินเยนปี 2025 จะเป็นอย่างไร?
มีโอกาสฟื้นตัว โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่แคบลงและการคุมเงินเฟ้อของญี่ปุ่น
ตอนนี้ควรแลกเงินเยนเก็บไว้ไหม?
ควรแลกแบบทยอย หากวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะค่าเงินยังอยู่ในระดับต่ำมาก
ทำไมค่าเงินเยนอ่อนค่ามากในช่วงที่ผ่านมา?
เพราะนโยบายผ่อนคลายของญี่ปุ่นสวนทางกับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทำให้เกิดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมหาศาล
BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่?
คาดว่าจะทยอยขึ้นในช่วงปี 2024–2025 โดยดูข้อมูลเงินเฟ้อและค่าจ้างเป็นหลัก
THB/JPY มีโอกาสลงอีกไหม?
อาจลงได้ หากเงินบาทแข็งเร็วกว่าหรือ BoJ ยังไม่ปรับดอกเบี้ย แต่โอกาสลงลึกถือว่าน้อยแล้ว
ทำไมค่าเงินเยนถึงถูกมาก?
มาจาก Policy Divergence ระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ และความจำเป็นที่ญี่ปุ่นยังต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย