สำหรับเทรดเดอร์ที่เคยถือสถานะข้ามคืน การเห็นรายการ “ค่า Swap” ปรากฏในบัญชีล้างผลกำไรบางส่วนอาจเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดหรือสับสน ทำไมบางวันได้เงินเพิ่ม แต่หลายวันกลับถูกหักออกโดยไม่รู้ที่มาที่ไป? แล้วค่าตัวเลขเหล่านั้น โบรกเกอร์เขาคิดมาได้อย่างไร?
ค่า Swap เป็นต้นทุนแฝงที่มักถูกละเลย ทั้งที่จริงมันสะสมได้มากในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นการเทรดเชิงแนวโน้ม (Trend Following) หรือการถือครองพอร์ตระยะยาว การเข้าใจการคำนวณแบบเฉพาะเจาะจงไม่ใช่เพื่อให้คุณมาคำนวณทุกวัน แต่เพื่อให้คุณรู้ทันกลไกและตัดสินใจอย่างมีข้อมูล
อย่าพึ่งกังวลกับสูตรคำนวณที่ดูซับซ้อน — บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐาน ชี้แหล่งที่มาของข้อมูล พร้อมเดินกับคุณทุกขั้นตอน พร้อมตัวอย่างจริงจากตลาด แล้วคุณจะพบว่า ค่า Swap ไม่ใช่กล่องดำที่น่ากลัวอีกต่อไป

Swap คืออะไร? ต้นตอของค่าธรรมเนียมข้ามคืน
Swap หรืออีกชื่อที่ใช้บ่อยคือ Rollover คือ “ค่าธรรมเนียมการถือครองออเดอร์ข้ามคืน” ซึ่งจะถูกเรียกเก็บหรือจ่ายในทุกคืนที่คุณเปิดสถานะไว้เกินช่วงเวลาปิดตลาดปกติ โดยทั่วไปช่วงเวลาดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 04:00 – 05:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ที่มาของ Swap เกิดจาก “ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย” หรือ Interest Rate Differential ระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่คุณเทรด ลองคิดง่าย ๆ ว่า เมื่อคุณเปิดออเดอร์ Buy EUR/USD คุณกำลังทำสองสิ่งพร้อมกัน: ซื้อเงินยูโร (EUR) และ “ยืม” ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพื่อมาซื้อก่อน อัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันของสองประเทศทำให้เกิดความไม่สมดุล และความต่างนี้เองที่ถูกแปลงมาเป็นต้นทุนหรือรายได้ในรูปแบบของค่า Swap
ดังนั้น Swap ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เก็บเพื่อกำไรเท่านั้น แต่เป็นกลไกทางการเงินที่สะท้อนความเป็นจริงของระบบดอกเบี้ยข้ามสกุลเงินที่เกิดขึ้นในตลาดล่วงหน้า

Swap บวก คือกำไร หรือความเสี่ยง? แล้ว Swap ลบล่ะ?
ค่า Swap ไม่ได้มีแค่ฝั่งเดียว มันสามารถเป็นได้ทั้งบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเปิดสถานะอย่างไร
- Swap บวก (Positive Swap): คุณได้รับเงิน เพราะคุณถือครองสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ตัวอย่างเช่น คุณเปิด Buy AUD/JPY (ดอลลาร์ออสซี่ vs เยน) ในขณะที่ดอกเบี้ยของ AUD สูงกว่า JPY ผลคือ คุณได้รับรายได้จากดอกเบี้ยสุทธิในแต่ละคืน
- Swap ลบ (Negative Swap): คุณต้องจ่ายเงิน เพราะเป็นฝ่าย “จ่ายดอกเบี้ย” ให้กับสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ตัวอย่าง เช่น คุณเปิด Buy USD/JPY แต่ดอกเบี้ยของ JPY ต่ำกว่า USD ความหมายคือ คุณไม่ได้รับดอกเบี้ยจากระบบ แต่ต้อง “เช่า” สกุลเงินดอลลาร์มาถือไว้
คำเตือน: การเลือกคู่เงินแค่เพราะ Swap บวก (เช่น Carry Trade) ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ปลอดภัยเสมอไป เนื่องจากราคาสามารถผันผวนรุนแรงและลบกำไรได้ในพริบตา ควรพิจารณาค่า Swap เป็น “ผลพลอยได้” มากกว่า “เหตุผลหลักในการเปิดออเดอร์”

วิธีคำนวณค่า Swap อย่างมือโปร: พร้อมตัวอย่างทีละขั้นตอน
หากคุณต้องการทราบค่า Swap ก่อนเปิดออเดอร์ คุณสามารถคำนวณได้เองด้วยสูตรพื้นฐาน แม้จะดูซับซ้อน แต่เมื่อแยกส่วนแล้ว เข้าใจง่ายอย่างยิ่ง
สูตรพื้นฐาน:
ค่า Swap = (ขนาดสัญญา × จำนวน Lot × อัตรา Swap Rate × มูลค่าแต่ละ Pip) / 10
มาลองคำนวณกันจริง ๆ ด้วยตัวอย่าง: เปิด Buy 1 Lot คู่เงิน EUR/USD
ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน
ก่อนคำนวณ ให้หาข้อมูลต่อไปนี้
- จำนวน Lot: 1 lot (ขนาดพื้นฐาน)
- ขนาดสัญญา (Contract Size): สำหรับ 1 lot ของคู่เงินหลัก เช่น EUR/USD มีขนาดเท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินตัวต้น (ฐาน)
- มูลค่า Pip (Pip Value): สำหรับ EUR/USD 1 lot = $10 ต่อ Pip (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Pip Value คืออะไร)
- อัตรา Swap Rate (จากโบรกเกอร์): ต้องดูจากแพลตฟอร์มเทรด เช่น MT4 หรือ MT5
ขั้นตอนที่ 2: ดูค่า Swap จากโปรแกรมเทรด (เช่น MT4/MT5)
วิธีตรวจสอบข้อมูลอย่างง่าย:
- เปิดหน้าต่าง Market Watch (รายการคู่เงิน)
- คลิกขวาที่ EUR/USD แล้วเลือก “Specification” หรือ “รายละเอียด”
- ค้นหาหัวข้อ “Swap Long” (สำหรับออเดอร์ Buy) และ “Swap Short” (สำหรับ Sell)
สมมติว่า ค่า Swap Long ของ EUR/USD อยู่ที่ -8.5 (หน่วย: Point)
ขั้นตอนที่ 3: แทนค่าและคำนวณ
- ขนาดสัญญา = 100,000
- จำนวน Lot = 1
- มูลค่า Pip = 10
- Swap Rate (Long) = -8.5
ค่า Swap = (100,000 × 1 × -8.5 × 10) / 10 = -8.5 USD
ผลลัพธ์: คุณจะต้องจ่าย 8.5 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคืนสำหรับการถือครองออเดอร์ Buy 1 Lot EUR/USD
ข้อสังเกต: สกุลเงินของค่า Swap มักจะอยู่ใน สกุลเงินที่สอง (Quote Currency) เช่น USD หรือ JPY หากบัญชีของคุณเป็นบาท ก็จะมีการแปลงอัตโนมัติโดยโบรกเกอร์

รู้ทันเรื่องที่คนมักไม่รู้เกี่ยวกับ Swap
นอกเหนือจากการคำนวณพื้นฐาน ยังมีสองประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนนี้โดยตรง
ทำไมค่า Swap วันพุธถึง 3 เท่า?
คุณอาจสังเกตว่าบางคืนค่า Swap ถูกหักเกินปกติ โดยเฉพาะคืนวันพุธ — นี่ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็น “Triple Swap Day”
เหตุผลคือ: ตลาด Forex ปิดในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ไม่มีการคำนวณ Swap ในสองวันดังกล่าว ดังนั้น โบรกเกอร์จึง “รวม” ค่า Swap วันเสาร์ อาทิตย์ และวันพุธ ไว้ในคืนวันพุธเพียงคืนเดียว
กล่าวคือ หากคุณถือออเดอร์ผ่านคืนวันพุธ (ต่อเนื่องถึงวันพฤหัส) คุณจะถูกคิดค่า Swap สำหรับ 3 วัน พร้อมกัน ดังนั้น ควรคำนวณล่วงหน้าหากคุณเทรดสกุลเงินที่มีค่า Swap สูง

บัญชี Swap-Free: ทางเลือกสำหรับใครที่ไม่อยากจ่าย/รับดอกเบี้ย
บางเทรดเดอร์ไม่ต้องการยุ่งกับเรื่องดอกเบี้ย ทั้งในมุมของหลักศาสนา (สำหรับผู้นับถืออิสลาม) หรือเพราะไม่ต้องการให้ต้นทุนแฝงมากระทบการวิเคราะห์ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จึงเปิดให้ใช้ บัญชี Swap-Free หรือที่รู้จักกันในชื่อ Islamic Account
ลักษณะสำคัญของบัญชีประเภทนี้:
- ไม่มีการเรียกเก็บหรือจ่ายค่า Swap ไม่ว่าจะเปิดสถานะระยะยาวแค่ไหน
- โบรกเกอร์อาจชดเชยด้วยค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าคอมมิชชั่นต่อนัดที่สูงขึ้น หรือค่าบริการรายเดือน
- ต้องยื่นขอเปิดบัญชีประเภทนี้โดยตรงจากโบรกเกอร์ และมีข้อกำหนดบางข้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค่า Swap Forex (FAQ)
Swap ใน Forex คืออะไร?
Swap คือค่าธรรมเนียม/ดอกเบี้ยในการถือครองสถานะข้ามคืน ซึ่งอาจเป็นบวก (ได้รับเงิน) หรือเป็นลบ (จ่ายเงิน) โดยคำนวณจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่คุณเทรด
ค่า Swap ติดลบหมายถึงอะไร?
หมายถึงคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อถือออเดอร์ข้ามคืน เกิดเมื่อคุณอยู่ฝั่งที่ต้อง “จ่ายดอกเบี้ยสุทธิ” เช่น ซื้อสกุลเงินที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือขายสกุลเงินที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
ค่า Swap จะถูกคิดเงินตอนกี่โมง?
โดยทั่วไปจะคำนวณช่วง Rollover เวลาประมาณ 04:00–05:00 น. ตามเวลาไทย (GMT+7) ทั้งนี้ขึ้นกับโบรกเกอร์และการปรับเวลา DST
ทำไมค่า Swap ในคืนวันพุธถึงถูกคิดเป็น 3 เท่า?
เพราะตลาดหยุดเสาร์–อาทิตย์ จึงไม่มีการคำนวณสองวันนั้น ระบบจะรวมเป็น Triple Swap ในคืนพุธ (คิดย้อนหลังสำหรับ พุธ+เสาร์+อาทิตย์)
มีวิธีเทรดที่ไม่ต้องเสียค่า Swap หรือไม่?
มี บัญชีแบบ Swap-Free (หรือ Islamic Account) จะไม่คิด Swap สำหรับการถือข้ามคืน แต่โบรกเกอร์อาจชดเชยด้วยค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการรูปแบบอื่น