Skip to content
  • ไทย
    • หน้าแรก
    • รีวิวโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
      • รายละเอียดโบรกเกอร์ Forex
    • การเทรด Forex
      • วิเคราะห์คู่สกุลเงิน Forex
      • คู่มือเริ่มต้นเทรด Forex
    • คริปโตเคอร์เรนซี
      • รวมคริปโตเคอร์เรนซียอดนิยม
      • พื้นฐานการลงทุนบล็อกเชน
    • การลงทุนในหุ้น
      • วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยอดนิยม
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนหุ้น
      • แนะนำกองทุน ETF
    • การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
      • เจาะลึกการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
    • วิเคราะห์อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
    • พื้นฐานการลงทุน
    • หน้าแรก
    • รีวิวโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
      • รายละเอียดโบรกเกอร์ Forex
    • การเทรด Forex
      • วิเคราะห์คู่สกุลเงิน Forex
      • คู่มือเริ่มต้นเทรด Forex
    • คริปโตเคอร์เรนซี
      • รวมคริปโตเคอร์เรนซียอดนิยม
      • พื้นฐานการลงทุนบล็อกเชน
    • การลงทุนในหุ้น
      • วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยอดนิยม
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนหุ้น
      • แนะนำกองทุน ETF
    • การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
      • เจาะลึกการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
    • วิเคราะห์อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
    • พื้นฐานการลงทุน

    หน้าแรก - พื้นฐานการลงทุน

    Put Option คือ อะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเทรดไทย

    • วันที่เผยแพร่บทความ: 2025-07-14
    • วันที่อัปเดตบทความ:2025-07-14
    ภาพคนถือเอกสาร Put Option กับกราฟราคาลง

    สารบัญ

    การเทรดในตลาดทุนไทยในปัจจุบันมีเครื่องมือหลากหลายมากขึ้น และหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดมืออาชีพให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คือ Put Option หรือที่เราเรียกกันว่า พุทออปชัน

    Put option คือ สัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการขายหุ้นหรือสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแตกต่างจาก Call Option ที่ให้สิทธิในการซื้อ

    สำหรับนักเทรดไทยแล้ว การเทรด put option เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ทั้งในการเก็งกำไรจากการลดลงของราคาหุ้น และการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะใน TFEX ที่มี SET50 Index Options ให้เทรดกันอย่างแพร่หลาย

    การเข้าใจ พุทออปชัน คืออะไร จะช่วยให้นักเทรดสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดที่มีความผันผวนได้มากขึ้น และสร้างกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

    ภาพคนถือเอกสาร Put Option กับกราฟราคาลง

    ส่วนประกอบสำคัญของพุทออปชัน

    การทำความเข้าใจส่วนประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการคำนวณกำไรขาดทุนและประเมินมูลค่าของพุทออปชัน  

    • สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset): สินทรัพย์ที่สัญญาพุทออปชันอ้างอิงถึง เช่น หุ้นรายตัว ดัชนีหลักทรัพย์ (เช่น SET50 Index) หรือสินค้าโภคภัณฑ์  
    • ราคาใช้สิทธิ (Strike Price): ราคาที่ผู้ซื้อพุทออปชันมีสิทธิที่จะขายสินทรัพย์อ้างอิงได้  
    • วันหมดอายุ (Expiration Date): วันสุดท้ายที่ผู้ซื้อพุทออปชันสามารถใช้สิทธิได้  
    • ค่าพรีเมียม (Premium): จำนวนเงินที่ผู้ซื้อพุทออปชันจ่ายให้กับผู้ขายเพื่อซื้อสิทธิในการขาย ค่าพรีเมียมนี้เป็นต้นทุนสูงสุดที่ผู้ซื้อจะขาดทุนได้  
    • มูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value): คือมูลค่าที่ผู้ซื้อจะได้รับทันทีหากใช้สิทธิ ณ ปัจจุบัน สำหรับพุทออปชัน จะมีมูลค่าที่แท้จริงเมื่อราคาใช้สิทธิ (Strike Price) สูงกว่าราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิง (K – S) หากราคาตลาดสูงกว่าหรือเท่ากับราคาใช้สิทธิ พุทออปชันจะไม่มีมูลค่าที่แท้จริง
    • มูลค่าตามเวลา (Time Value): คือส่วนต่างของค่าพรีเมียมที่เกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง มูลค่าตามเวลาจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้วันหมดอายุ  

    วิธีการทำงานของ Put Option – กลไกการเทรดที่ต้องรู้

    เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า put option คือ อะไร ขั้นตอนต่อไปคือการทำความเข้าใจกลไกการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ตัว

    ราคาใช้สิทธิ put option (Strike Price) คือราคาที่ผู้ถือ put option สามารถขายสินทรัพย์อ้างอิงได้ ตัวอย่างเช่น หาก SET50 Index อยู่ที่ 1,000 จุด และเราซื้อ put option ที่มี strike price 980 จุด แสดงว่าเรามีสิทธิขาย SET50 ในราคา 980 จุด

    ค่าพรีเมียม put option คือเงินที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้ผู้ขายเพื่อได้รับสิทธิดังกล่าว ค่าพรีเมียมนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความผันผวนของตลาด, เวลาที่เหลือก่อนหมดอายุ, และระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับ strike price

    วันหมดอายุ put option คือวันสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิได้ ใน TFEX SET50 Index Options จะมีวันหมดอายุเป็นรายเดือน โดยปกติจะเป็นพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน

    องค์ประกอบคำอธิบายตัวอย่าง
    Strike Priceราคาที่สามารถใช้สิทธิขายได้980 จุด
    Premiumค่าใช้จ่ายในการซื้อสิทธิ15 จุด
    Expirationวันหมดอายุสิทธิพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน

    ความเข้าใจเรื่อง Moneyness คืออะไร ก็สำคัญในการพัฒนาการเทรดเช่นกัน

    • In-the-Money (ITM) หมายถึง put option ที่มีมูลค่าภายใน
    • At-the-Money (ATM) คือราคาปัจจุบันเท่ากับ strike price
    • Out-of-the-Money (OTM) คือ put option ที่ยังไม่มีมูลค่าภายใน

    บทบาทผู้ซื้อ vs ผู้ขาย – สองด้านของสัญญา Put Option

    ในการเทรด put option จะมีสองฝ่าย คือ ผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งแต่ละฝ่ายจะมีสิทธิและหน้าที่ที่แตกต่างกัน

    Long Put คือ การเป็นผู้ซื้อ put option ซึ่งจะได้รับสิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคา strike price ผู้ที่ ซื้อ put option จะมีความเสี่ยงจำกัดเพียงแค่ค่าพรีเมียมที่จ่ายไป แต่มีโอกาสได้กำไรไม่จำกัดหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงลดลงอย่างมาก

    ตัวอย่างเช่น หากเราซื้อ SET50 put option ที่ strike price 1,000 จุด ด้วยพรีเมียม 20 จุด และ SET50 ลดลงมาที่ 950 จุด เราจะได้กำไร 30 จุด (1,000 – 950 – 20 = 30 จุด)

    Short Put คือ การเป็นผู้ขาย put option ซึ่งจะได้รับค่าพรีเมียม แต่มีหน้าที่ต้องซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคา strike price หากผู้ซื้อใช้สิทธิ ผู้ที่ ขาย put option จะมีกำไรสูงสุดเท่ากับค่าพรีเมียมที่ได้รับ แต่มีความเสี่ยงสูงหากราคาตลาดลดลงมากกว่า strike price

    ตำแหน่งสิทธิ/หน้าที่ความเสี่ยงสูงสุดกำไรสูงสุด
    Long Put (ซื้อ)สิทธิขายใน Strike Priceค่าพรีเมียมที่จ่ายไม่จำกัด
    Short Put (ขาย)หน้าที่ซื้อใน Strike Priceไม่จำกัดค่าพรีเมียมที่ได้รับ

    ความเข้าใจในความแตกต่างระหว่าง long put และ short put เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการวางกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสม เพราะแต่ละตำแหน่งจะเหมาะกับสถานการณ์ตลาดและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

    Put กับ Call ต่างกันยังไง – รู้จักความแตกต่างให้ชัดเจน

    ภาพเปรียบเทียบ Put Option กับ Call Option

    สำหรับนักเทรดใหม่ การแยกแยะระหว่าง พุทออปชัน และ คอลออปชัน อาจจะทำให้สับสนได้ แต่ความเข้าใจที่ชัดเจนจะช่วยในการวางกลยุทธ์การเทรดได้ดีขึ้น

    Put Option ให้ สิทธิในการขาย สินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดที่คาดว่าราคาจะลดลง หรือต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคา

    ในทางตรงข้าม Call Option ให้สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด เหมาะสำหรับนักเทรดที่คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น

    ประเภท Optionสิทธิที่ได้รับเหมาะกับแนวโน้มการใช้งานหลัก
    Put Optionสิทธิขายขาลง (Bearish)เก็งกำไรขาลง, ป้องกันพอร์ต
    Call Optionสิทธิซื้อขาขึ้น (Bullish)เก็งกำไรขาขึ้น, การเพิ่มตำแหน่ง

    การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้นักเทรดเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับทิศทางตลาดที่คาดการณ์ไว้ และสามารถสร้างกลยุทธ์ การเทรด options ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้

    ในตลาดไทย เราสามารถเทรด put option และ call option ผ่าน TFEX ได้ โดยมีสินทรัพย์อ้างอิงหลักคือ SET50 Index ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงจากความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยโดยรวมได้

    ตัวอย่างการใช้งานจริงใน SET50 – เคสจริงจากตลาดไทย

    เพื่อให้เข้าใจการทำงานของ put option ในทางปฏิบัติ เรามาดูตัวอย่างการใช้งานจริงใน SET50 Index Options ที่เทรดใน TFEX put option กัน

    ตัวอย่างที่ 1: การเก็งกำไรขาลง (Speculation)

    สมมติว่า SET50 Index ปัจจุบันอยู่ที่ 1,200 จุด และคุณคาดว่าตลาดจะปรับตัวลงในช่วงสั้น คุณตัดสินใจซื้อ PUT1200 (put option strike price 1,200) ด้วยค่าพรีเมียม 25 จุด

    หากหลังจาก 2 สัปดาห์ SET50 ลดลงมาที่ 1,150 จุด:

    • มูลค่าภายในของ put option = 1,200 – 1,150 = 50 จุด
    • กำไร = 50 – 25 = 25 จุด ต่อสัญญา
    • ผลตอบแทน = 100% จากเงินลงทุนเริ่มต้น

    ตัวอย่างที่ 2: การป้องกันพอร์ต (Protective Put)

    Protective put คือ กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงที่นิยมใช้กัน สมมติคุณถือหุ้นใน SET50 มูลค่า 1 ล้านบาท (SET50 อยู่ที่ 1,200 จุด) และกังวลเรื่องความเสี่ยงขาลง

    คุณซื้อ PUT1150 ด้วยค่าพรีเมียม 15 จุด เป็นการ ป้องกันความเสี่ยง ขาลง หากตลาดร่วงมากกว่า 1,150 จุด ความเสียหายจะถูกจำกัดไว้ที่ระดับนี้

    ตัวอย่างที่ 3: การสร้างรายได้จาก Short Put

    นักเทรดที่มีประสบการณ์อาจจะใช้กลยุทธ์ short put เพื่อสร้างรายได้เป็นประจำ โดยการขาย PUT1100 (ต่ำกว่าราคาตลาด) และรับค่าพรีเมียม 10 จุด

    หากราคา SET50 ยังคงอยู่เหนือ 1,100 จุด จนถึงวันหมดอายุ ผู้ขายจะได้รับกำไรเต็มจำนวน 10 จุด

    สถานการณ์กลยุทธ์ความเสี่ยงผลตอบแทนที่คาดหวัง
    คาดตลาดลงLong Putจำกัดที่พรีเมียมสูง (ไม่จำกัด)
    ป้องกันพอร์ตProtective Putจำกัดการขาดทุนรักษามูลค่าพอร์ต
    สร้างรายได้Short Putสูงจำกัดที่พรีเมียม

    การศึกษา put option ตัวอย่าง เหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพการใช้งานจริงได้ชัดเจนขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์การเทรดของตัวเองได้

    กลยุทธ์การใช้ Put Option – เทคนิคขั้นสูงสำหรับมืออาชีพ

    ภาพโล่ป้องกันพอร์ตหุ้นจากคลื่นตลาดที่พังลง

    การเทรด put option ไม่ได้มีแค่การซื้อขายพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่สามารถพัฒนาเป็น กลยุทธ์ put option ที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    Protective Put Strategy เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นิยมที่สุด โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคาหุ้น วิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นการซื้อ “ประกันภัย” สำหรับพอร์ตลงทุน

    การทำ protective put จะช่วยจำกัดความเสียหายสูงสุดในระดับที่ยอมรับได้ ในขณะที่ยังคงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนหากตลาดเพิ่มขึ้น เพียงแต่ต้องหักค่าพรีเมียมที่จ่ายไป

    Cash-Secured Put เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่นักเทรดใช้สร้างรายได้เป็นประจำ โดยการขาย put option พร้อมกับการเตรียมเงินไว้ซื้อหุ้นในกรณีที่ถูกใช้สิทธิ

    กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่:

    • ต้องการซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
    • มีเงินทุนพร้อมและต้องการสร้างรายได้ระหว่างรอ
    • มีความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของตลาดในระยะยาว

    Put Spread Strategy เป็นการรวมการซื้อและขาย put option ในราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุนและจำกัดทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทน เช่น Bear Put Spread ที่ซื้อ put ราคาสูงและขาย put ราคาต่ำ

    การเข้าใจเรื่อง Greeks (Delta, Gamma, Theta, Vega) ก็มีความสำคัญสำหรับการใช้งานกลยุทธ์ขั้นสูง:

    • Delta บอกความไว ต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิง
    • Theta แสดงการสูญเสียค่าเวลา
    • Vega วัดความไวต่อความผันผวน

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Put Option – สิ่งที่นักเทรดต้องรู้

    ภาพโล่ป้องกันพอร์ตหุ้นจากคลื่นตลาดที่พังลง

    ความเข้าใจเรื่อง ปัจจัย ราคา put option เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเทรดที่ประสบความสำเร็จ เพราะราคาของ put option ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเพียงอย่างเดียว

    ความผันผวน (Volatility) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง ราคา put option จะเพิ่มขึ้นเพราะโอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์มีมากขึ้น

    ในตลาดหุ้นไทย เราสามารถติดตามดัชนี VIX หรือ SET50 Volatility Index เพื่อประเมินความผันผวนของตลาด

    ค่าเวลา (Time Decay) จะส่งผลให้ราคา put option ลดลงเรื่อยๆ เมื่อใกล้วันหมดอายุ โดยเฉพาะใน 30 วันสุดท้าย การสูญเสียค่าเวลาจะเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    อัตราดอกเบี้ย ก็มีผลต่อราคา put option แต่อาจจะไม่เด่นชัดเท่าปัจจัยอื่นๆ ในตลาดไทย เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคา put option โดยทั่วไปจะลดลงเล็กน้อย

    ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับ Strike Price (Moneyness) ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าภายในและมูลค่าเวลาของ put option

    ปัจจัยผลกระทบต่อราคา Putคำอธิบาย
    ราคาสินทรัพย์ลดลงเพิ่มขึ้นมูลค่าภายในเพิ่มขึ้น
    ความผันผวนเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นโอกาสกำไรเพิ่มขึ้น
    เวลาผ่านไปลดลงการสูญเสียค่าเวลา
    ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นลดลงค่าเวลาลดลง

    การติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา put option ได้แม่นยำมากขึ้น และวางกลยุทธ์การเทรดได้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด

    ข้อควรระวังและความเสี่ยงในการเทรด Put Option

    ตราชั่งเปรียบเทียบระหว่างราคาใช้สิทธิ์กับราคาหุ้นที่ผันผวน

    การเทรด put option แม้จะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่นักเทรดต้องเข้าใจและระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง put option กำไร ขาดทุน ที่อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

    ความเสี่ยงสำหรับผู้ซื้อ Put Option ที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียค่าพรีเมียมทั้งหมด หาก put option หมดอายุแบบ out-of-the-money นักเทรดจะขาดทุน 100% ของเงินลงทุน

    การซื้อ put option ที่ใกล้หมดอายุมากจะมีความเสี่ยงสูงจากการสูญเสียค่าเวลาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าราคาจะขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยการสูญเสียค่าเวลา

    ความเสี่ยงสำหรับผู้ขาย Put Option มีความรุนแรงมากกว่า โดยเฉพาะการทำ Naked Put (ขาย put โดยไม่มีหลักประกัน) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการขาดทุนที่ไม่จำกัด

    ตัวอย่างความเสี่ยงของ naked put: หากขาย SET50 put strike 1,000 รับพรีเมียม 15 จุด และ SET50 ร่วงลงมาที่ 800 จุด ผู้ขายจะขาดทุน 185 จุด (1,000 – 800 – 15)

    ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ในหมู่นักเทรดมือใหม่:

    1. การไม่ตั้ง Stop Loss – หลายคนคิดว่า put option มีความเสี่ยงจำกัด แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องบริหารความเสี่ยง
    2. การซื้อ Put เมื่อใกล้หมดอายุ – เพื่อความประหยัด แต่ความเสี่ยงจากการสูญเสียค่าเวลาสูงมาก
    3. การไม่เข้าใจ Implied Volatility – ซื้อเมื่อ IV สูงและขายเมื่อ IV ต่ำ
    4. การเทรดโดยไม่มีแผน – ไม่กำหนดเป้าหมายกำไรและขาดทุนที่ชัดเจน
    ความเสี่ยงผู้ซื้อ Putผู้ขาย Put
    ขาดทุนสูงสุดค่าพรีเมียมไม่จำกัด
    การสูญเสียค่าเวลาสูงได้ประโยชน์
    ความต้องการมาร์จิ้นไม่มีมี
    ความซับซ้อนต่ำสูง

    การบริหารความเสี่ยง ที่ดีต้องประกอบด้วย:

    • การกำหนดขนาดการเทรดที่เหมาะสม (Position Sizing)
    • การตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม
    • การกระจายความเสี่ยงไม่เอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว
    • การศึกษาข้อมูลก่อนเทรดอย่างต่อเนื่อง

    การเทรดโดยไม่มีแผนที่ชัดเจน เช่น ไม่กำหนดเป้าหมายกำไรและขาดทุน อาจทำให้ขาดทุนสูงโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการตั้ง Stop Loss และ Position Sizing จึงเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยง

    สรุป – การเรียนรู้และใช้งาน Put Option ในตลาดไทย

    Put option คือ เครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเทรดไทยในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเก็งกำไรจากการลดลงของราคา การป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน หรือการสร้างรายได้เป็นประจำ

    การเข้าใจว่า พุทออปชัน คืออะไร และวิธีการทำงานของมันจะช่วยให้นักเทรดสามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใน TFEX put option ที่มี SET50 Index Options เป็นตัวเลือกหลัก

    สำหรับนักเทรดที่เน้นการวิเคราะห์ทางเทคนิค ควรเรียนรู้วิธีระบุ Demand Zone และนำมาประยุกต์ร่วมกับกลยุทธ์การใช้ Put Option เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ

    สำหรับนักเทรดที่สนใจเริ่มต้น แนะนำให้:

    1. เริ่มจากการศึกษาพื้นฐาน – ทำความเข้าใจกลไกการทำงาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา และความเสี่ยงต่างๆ
    2. ฝึกฝนด้วย Demo Account – ใช้บัญชีจำลองใน TFEX เพื่อทดลองเทรดก่อนใช้เงินจริง
    3. เริ่มต้นด้วยกลยุทธ์พื้นฐาน – เช่น การซื้อ put option เพื่อเก็งกำไรขาลง หรือ protective put เพื่อป้องกันพอร์ต
    4. จัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด – ไม่เทรดเกินความสามารถ กำหนด stop loss และ take profit ที่ชัดเจน
    5. ติดตามข่าวสารและการอบรมจาก SET – เพื่ออัพเดทความรู้และเทคนิคใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

    การเทรด การเทรด put option อย่างประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และการบริหารความเสี่ยงที่ดี อย่าเพิ่งคิดว่าจะรวยเร็วจาก options แต่ให้มองเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวสุดท้าย วิธีเล่น put option ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และไม่หยุดพัฒนาทักษะการเทรดของตัวเอง เพราะตลาดทุนจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และเครื่องมือที่เรามีก็จะพัฒนาไปด้วย

    FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

    1. 1. Put option คือ อะไร และแตกต่างจาก Call option อย่างไร?

      Put option คือ สิทธิในการขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ Call option เป็นสิทธิในการซื้อ Put option เหมาะสำหรับคนที่คาดว่าราคาจะลดลง ส่วน Call option เหมาะสำหรับคนที่คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น

    2. 2. TFEX put option มีอะไรให้เทรดบ้าง?

      ใน TFEX put option จะมี SET50 Index Options เป็นหลัก ซึ่งเป็น options ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 โดยจะมีหลาย strike price และหลายเดือนหมดอายุให้เลือก

    3. 3. ค่าพรีเมียม put option คำนวณอย่างไร?

      ค่าพรีเมียม put option จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ราคาปัจจุบันของสินทรัพย์อ้างอิง, strike price, เวลาที่เหลือก่อนหมดอายุ, ความผันผวนของตลาด และอัตราดอกเบี้ย

    4. 4. Protective put คือ อะไร และใช้เมื่อไหร่?

      Protective put คือ กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงโดยการซื้อ put option เพื่อป้องกันการลดลงของราคาหุ้นที่เราถืออยู่ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่กังวลเรื่องความเสี่ยงขาลงแต่ยังต้องการถือหุ้นต่อไป

    5. 5. การเทรด put option มีความเสี่ยงอย่างไร?

      สำหรับผู้ซื้อ put option ความเสี่ยงสูงสุดคือการสูญเสียค่าพรีเมียมทั้งหมด ส่วนผู้ขาย put option จะมีความเสี่ยงที่ไม่จำกัด โดยเฉพาะการทำ naked put ที่อาจจะขาดทุนมากหากราคาตลาดร่วงอย่างหนัก

    Picture of Ariya Suksawadee
    Ariya Suksawadee
    อริยา สุขสวัสดิ์ เป็นนักวิจัยอาวุโสแห่งเว็บไซต์รีวิวโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ เธอมีประสบการณ์มากกว่า 14 ปีในการวิเคราะห์นโยบายการเงินและระบบอัตราแลกเปลี่ยนในเอเชีย เชี่ยวชาญด้านการตัดสินใจของธนาคารกลาง ความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคอาเซียน และการวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนตามสถานการณ์สำคัญ อริยาเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับกระทรวงการคลังของไทยและธนาคารพัฒนาเอเชีย พร้อมให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์แก่บริษัทและสถาบันการเงินชั้นนำ ความเห็นของเธอมักปรากฏในสื่อระดับประเทศ เช่น Bangkok Biz News และ Bloomberg Asia จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงินที่น่าเชื่อถือ
    Prev上一篇มูลค่าตลาด คืออะไร? (Market Value) คู่มือเซียนหุ้นไทยฉบับสมบูรณ์ พร้อม Market Cap, P/E, P/B
    下一篇รูปแบบ Triple Bottom คืออะไร? คู่มือสำหรับเทรดเดอร์หุ้นไทยNext
    การจัดอันดับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
    แบรนด์
    คะแนน
    รีวิวแบบละเอียด
    1. Moneta Markets
    ★ 9.8/10
    2. Vantage FX
    ★9.4/10
    3. VT Markets
    ★ 9.2/10
    4. Eightcap
    ★ 8.9/10
    5. GOFX
    ★ 8.8/10
    บทความล่าสุด
    ภาพแนะนำบทความ Fed คืออะไร
    พื้นฐานการลงทุน
    Fed คืออะไร? รู้จักธนาคารกลางสหรัฐฯ และผลกระทบต่อเงินในกระเป๋า

    ในโลกการเงินและการลง

    อ่านเพิ่มเติม »
    ภาพแนะนำบทความ PMI คือ
    พื้นฐานการลงทุน
    PMI คือ? ดัชนีชี้อนาคตเศรษฐกิจ: เจาะลึก วิธีแปลผลและใช้ลงทุน

    ในโลกของการลงทุนและก

    อ่านเพิ่มเติม »
    ภาพแนะนำบทความ ATR Indicator คืออะไร
    วิเคราะห์อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
    ATR Indicator คืออะไร? สอนวิธีใช้ตั้ง Stop Loss และอ่านความผันผวนแบบมือโปร

    การเทรดในตลาด Forex

    อ่านเพิ่มเติม »
    แนะนำเพิ่มเติม
    ภาพแนะนำบทความ 1 pip
    พื้นฐานการลงทุน
    1 pip เท่ากับกี่จุด? คู่มือเทรดครบครัน 2025

    คุณกำลังสงสัยว่า 1 p

    อ่านเพิ่มเติม »
    ภาพตัวชี้วัดของเทรดเดอร์
    พื้นฐานการลงทุน
    วิเคราะห์น้ำมัน: คู่มือเทรดและลงทุนน้ำมันฉบับมืออาชีพสำหรับนักลงทุนไทย

    ตลาดน้ำมันเป็นหนึ่งใ

    อ่านเพิ่มเติม »
    ภาพแนะนำบทความ CFD ย่อมาจากอะไร
    พื้นฐานการลงทุน
    CFD ย่อมาจากอะไร? เข้าใจง่าย พร้อมวิธีเทรดที่ปลอดภัย

    CFD ย่อมาจาก “

    อ่านเพิ่มเติม »

    10 อันดับโบรกเกอร์ Forex เป็นแพลตฟอร์มรีวิวมืออาชีพที่สร้างขึ้นเพื่อเทรดเดอร์ชาวไทยโดยเฉพาะ ทีมงานของเรามีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม Forex มากกว่า 10 ปี มุ่งมั่นคัดสรรและนำเสนอข้อมูลโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือในประเทศไทย เพื่อให้คุณสามารถเทรดได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด

    เกี่ยวกับเรา

    • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    • ข้อกำหนดในการใช้งาน
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว

    เงื่อนไขการใช้งาน

    • หน้าแรก
    • รีวิวโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
      • รายละเอียดโบรกเกอร์ Forex
    • การเทรด Forex
      • วิเคราะห์คู่สกุลเงิน Forex
      • คู่มือเริ่มต้นเทรด Forex
    • คริปโตเคอร์เรนซี
      • รวมคริปโตเคอร์เรนซียอดนิยม
      • พื้นฐานการลงทุนบล็อกเชน
    • การลงทุนในหุ้น
      • วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยอดนิยม
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนหุ้น
      • แนะนำกองทุน ETF
    • การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
      • เจาะลึกการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
    • วิเคราะห์อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
    • พื้นฐานการลงทุน
    • หน้าแรก
    • รีวิวโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
      • รายละเอียดโบรกเกอร์ Forex
    • การเทรด Forex
      • วิเคราะห์คู่สกุลเงิน Forex
      • คู่มือเริ่มต้นเทรด Forex
    • คริปโตเคอร์เรนซี
      • รวมคริปโตเคอร์เรนซียอดนิยม
      • พื้นฐานการลงทุนบล็อกเชน
    • การลงทุนในหุ้น
      • วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยอดนิยม
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนหุ้น
      • แนะนำกองทุน ETF
    • การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์
      • เจาะลึกการลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
      • คู่มือเริ่มต้นลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์
    • วิเคราะห์อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
    • พื้นฐานการลงทุน

    สมัครรับจดหมายข่าวจากเรา

    รับข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของเราและสัญญาณการเทรดประจำสัปดาห์

    พร้อมที่จะเริ่มเทรดแล้วหรือยัง?

    หากคุณมีทุนเริ่มต้น 500 ดอลลาร์ คุณต้องการเพิ่มทุนเพื่อจุดเริ่มต้นที่สูงขึ้นไหม? เราได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษไว้ให้คุณแล้ว

    🎁 ปลดล็อกของขวัญ! โบนัสเงินฝาก 50%

    สนับสนุนโดย Moneta Markets — อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA ที่น่าเชื่อถือ

    ⏰ สิทธิ์พิเศษนี้จะหมดอายุในอีก 10:00

    แพลตฟอร์มทั่วไป

    $1000ฝากเงิน $1000

    ปลดล็อกเพื่อคุณ

    ของขวัญพิเศษของคุณ

    $1500ฝากเงินเท่ากันที่ $1000

    แพลตฟอร์มทั่วไป $1000 ฝากเงิน $1000
    →
    ของขวัญพิเศษของคุณ $1500 ฝากเงินเท่ากันที่ $1000
    ✅ เทรดเดอร์กว่า 1,000,000+ รายเข้าร่วมแล้ว!ล
    ฉันต้องการเทรดด้วยทุนเริ่มต้น $1500

    🏆 แพลตฟอร์มเทรดระดับมืออาชีพที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก

    🛡️
    กำกับดูแลโดยหน่วยงานการเงินชั้นนำ

    อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA จากสหราชอาณาจักรที่เข้มงวดที่สุด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเงินทุนและความโปร่งใสในการเทรด

    ⚽️
    รับรองโดยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

    พันธมิตรอย่างเป็นทางการของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา "อัตเลติโกเดมาดริด" ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระดับโลก

    📈
    เครื่องมือ Copy Trade สำหรับมือใหม่

    ด้วยระบบ Copy Trade ที่ทรงพลังในตัว คุณสามารถติดตามกลยุทธ์ของเทรดเดอร์ชั้นนำได้ในคลิกเดียว เริ่มต้นได้อย่างง่ายดาย

    ⚖️
    เลเวอเรจสูงสุด 500x สำหรับคริปโตฯ

    ไม่ใช่แค่ฟอเร็กซ์เท่านั้น Moneta Markets ยังมีเลเวอเรจที่ยืดหยุ่นสูงถึง 500x สำหรับคริปโตฯ ช่วยให้คุณใช้เงินทุนน้อยเพื่อเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

    การเทรดผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมด โปรดประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ